แหล่งท่องเที่ยวของไทย

 

1. ลานโพธิ์
          ลานโพธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของธรรมศาสตร์และสังคมไทย นับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 ที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย
          เช้าตรู่วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2516 ลานโพธิ์ เป็นสถานที่เริ่มต้นของการ ชุมนุม เคลื่อนไหว ของนักศึกษา เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวกลุ่มผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ 13 คน ซึ่งถูกรัฐบาลจับกุม ต่อมามีผู้เข้าร่วมสนับสนุนการชุมนุมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวน นับหมื่น คน จนต้องย้ายไปชุมนุมที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้น จนมี จำนวน หลาย แสนคน ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวลา เที่ยงตรงของ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และกลายเป็นเหตุการณ์ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516
          ลานโพธิ์ยังเป็นสถานที่แสดงละครล้อการเมืองของนักศึกษาในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ภาพการเล่นละครล้อ ในครั้งนั้น กลายเป็นภาพข่าวหน้าหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์
ดาวสยาม ขณะที่สถานีวิทยุยานเกราะและวิทยุในเครือ เริ่มประโคม ข่าวว่านักศึกษาแสดงละครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนกระทั่งมีการชุมนุมของลูกเสือชาวบ้าน และกลุ่มพลังต่างๆ นำมาสู่การใช้ความรุนแรง ล้อมปราบสังหารนักศึกษา ประชาชน ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519
          ในปี 2534 ลานโพธิ์ ได้กลับมามีบทบาทอีกครั้งเมื่อคณะผู้นำกองทัพได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ การปกครอง และร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 ที่สืบทอดอำนาจให้กับตนเอง ในครานั้น นักศึกษาและประชาชนได้ใช้ลานโพธิ์เป็นสถานที่ ชุมนุมคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ลานโพธิ์ในฐานะที่เป็นฐานที่มั่นในการเรียกร้องประชาธิปไตยจึงได้กลับคืนฟื้นชีวิตอีกครั้ง
และหลังการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2535 ลานโพธิ์ได้ถูกใช้เป็นสถานที่ชุมนุมคัดค้าน การสืบทอดอำนาจ ของผู้นำกองทัพจน กระทั่ง นำไปสู่เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ที่ยุติบทบาทของกองทัพในการเมืองไทยในที่สุด

2. ลานปรีดี
          ลานปรีดี และอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์ ก่อสร้างขึ้นเพื่อ รำลึกถึง นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ผู้นำขนวน การเสรีไทย และผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์ การเมือง ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรม อย่างสงบเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2526 ที่ประเทศฝรั่งเศส
          ท่านปรีดี พนมยงค์ เป็นบุตรชาวนา เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2443 ที่จังหวัดอยุธยา สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม และได้รับทุน ไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาเอก โดยได้รับปริญญาเอก ของรัฐใน
สาขา วิชากฎหมายจากมหาวิทยาลัยปารีสรวมทั้งได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงในทางเศรษฐกิจอีกด้วย
          ท่านมีบทบาทอย่างสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็น ระบอบ ประชาธิปไตยวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดยมีฐานะเป็นผู้นำสายพลเรือนของคณะราษฎร มีบทบาทสำคัญในหลายๆ ด้านในช่วงรอยต่อของระบอบเก่ากับระบอบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการก่อร่างสร้างระบอบรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย การสถาปนาระบบรัฐสภา การแก้ไขสนธิสัญญาไม่เสมอภาคกับต่างประเทศ รวมทั้งการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์ และการเมือง ให้เป็นมหาวิทยาลัยเปิดเพื่อบ่มเพาะ ความรู้ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ให้แก่ประชาชน ผู้กระหาย ความรู้ทางการเมืองแบบใหม่
          ปรีดี พนมยงค์ มีบทบาทอย่างสูงเด่นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเป็นผู้นำจัดตั้งขบวนการเสรีไทย ต่อต้านการร่วมทำสงครามกับกองทัพของประเทศญี่ปุ่น ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านได้รับตำแหน่งเป็น “รัฐบุรุษอาวุโส” รวมทั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488 อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลันในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 และเหตุการณ์สืบเนื่อง ส่งผล ทำให้นายปรีดี พนมยงค์ ต้องเดินทางลี้ภัยไปประเทศจีน และต่อมาได้พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส นับเวลาที่พำนัก อยู่ใน ต่างประเทศรวม 36 ปี ตราบจนถึงแก่อสัญกรรม

3. ตึกโดม
          ตึกโดม เป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ออกแบบโดยนายหมิว อภัยวงศ์ ตามคำแนะนำของผู้ประศาสน์การ ปรับปรุงจากตึกเก่า 4 หลังของทหารโดยสร้างหลังคาเชื่อมแต่ละตึก จนกลาย เป็น อาคารหลังเดียวกัน ส่วนกลางของตึกได้สร้างอาคาร 3 ชั้นขึ้นเพิ่มเติมโดยมี “โดม” เป็นสัญลักษณ์ตรงกลาง รูปแบบ ของโดมนี้ กล่าวอธิบายกันในภายหลังว่านำรูปแบบมาจากดินสอแปดเหลี่ยมที่เหลาจนแหลมคม เพื่อแสดงถึงภูมิปัญญา ที่สูงส่ง ของการจัดการศึกษา
          ภายในอาคารตึกโดม เมื่อเดินจากบันไดกลางขึ้นไปบนชั้น 2 ห้องแรกจะเป็น ห้องทำงาน ของผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งห้องเดียวกันนี้ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่สอง คือ ศูนย์บัญชาการ ขบวนการเสรีไทยที่มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำ โดย ทำงาน ร่วมกับเสรีไทยสายอังกฤษ และสาย สหรัฐอเมริกา
          มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง รวมทั้งตึกโดมของมหาวิทยาลัย แห่งนี้ จึงมีสถานะพิเศษอย่างยิ่ง สำหรับผู้ร่วมขบวนการเสรีไทยและผู้รักชาติทั้งมวล แต่ในอีกทางหนึ่งก็ได้ส่งผลให้ฝ่ายกองทัพและผู้มีอำนาจ ทางการเมือง ฝ่ายตรงข้าม นายปรีดี มีความระแวง และ หวาดกลัวมหาวิทยาลัยแห่ง
          หลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เดือนมิถุนายน พ.ศ.2494 กองทัพบกได้เข้ายึดพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์และการเมืองไว้ รวมทั้งเสนอขอซื้อที่ผืนนี้ด้วยเงินจำนวน 5 ล้านบาท แต่นักศึกษาของ มธก. จำนวนกว่า 2 พันคน ได้รวมตัวกันเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องขอมหาวิทยาลัยคืนจากรัฐบาลทหารในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2494 และประสบความสำเร็จโดยได้มหาวิทยาลัยคืนกลับมาอย่างสันติวิธีโดยมีนักศึกษาจำนวนกว่าพันคน ได้บุกเข้ามายึดพื้นที่ มหาวิทยาลัยคืนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2494
          อย่างไรก็ตาม ในปีถัดต่อมา คือ พ.ศ.2495 ชื่อของมหาวิทยาลัยก็ได้ถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออกไป และเหลือ แต่เพียงชื่อ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตราบจนปัจจุบัน
          กล่าวได้ว่า โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัย ดังเช่นที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้   นิยมเรียก ตนเองว่า “ลูกแม่โดม” ตลอดมา ซึ่งลูกแม่โดมคนหนึ่ง ชื่อ เปลื้อง วรรณศรี ได้ประพันธ์บทกวี “โดม…ผู้พิทักษ์ธรรม” ไว้ในปี พ.ศ.2495มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าขาดโดม…เจ้าพระยา…ท่าพระจันทร์ ก็ขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม

4. กำแพงวังหน้า
          ตำแหน่งพระราชวังบวรสถานมงคล    หรือวังหน้ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา   จนถึงสมัยรัชกาลที่  5   แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ หากจะกล่าวเฉพาะในสมัยรัตนโกสินทร์แล้ว วังหน้าเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราช เนื่องจากในสมัย รัชกาลที่ 1 เมื่อมีการสร้างพระราชวังหลวงในปี พ.ศ.2325 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ได้ทรงสร้างวังหน้าขึ้นพร้อมกันทางด้านทิศเหนือของพระราชวังหลวง และอยู่ชิดกับฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
          ประวัติศาสตร์ที่เป็นเรื่องราวของวังหน้านี้ดูจะเป็นลืมเลือนไปจากประชาคมแห่งนี้   ตราบจนกระทั่งมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ได้ทำการสร้างอาคารอเนกประสงค์ 2 ขึ้นใหม่ จึงมีการขุดพื้นดินต่างๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดแสดง รูปร่างของกำแพงวังหน้าให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมว่า กาลครั้งหนึ่ง พื้นที่ บริเวณนี้ เป็นสถานที่ตั้งของวังหน้า
          อย่างไรก็ดี สำหรับนักศึกษาและศิษย์เก่า  ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้จำนวนหนึ่ง   มีอยู่ ไม่น้อยที่มีความเชื่อว่า การที่สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือ วังหน้า มีความหมาย ว่าสถานที่แห่งนี้มีจิตวิญญาณ ของการช่วยเหลือ สถาบัน ทางอำนาจ และ ในขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ ถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้นำสูงสุดตลอดมา ความเชื่อดังกล่าวนี้ ช่วยอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่กระทบต่อวิถีชีวิต ของประชาคม แห่งนี้ได้พอสมควร ทั้งในยามที่มีความเจริญ รุ่งเรืองและในยาม ที่ประสบภัยด้วยแรง บีบคั้น ทางการเมือง ชนิดต่างๆ
          บริเวณที่อยู่ใกล้ชิดติดกันกับกำแพงวังหน้าคือ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่มี     การเรียน การสอนในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย  แต่มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีนับจาก  ปี พ.ศ.2492 ผู้ก่อตั้ง คือ ศาสตราจารย์ดิเรก ชัยนาม เป็นสมาชิกคณะราษฎร ผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2475 ท่านเป็นทั้งปัญญาชน นักการเมือง และนักการทูต จนรับการยอมรับเป็นอย่างสูงจากแวดวงต่างๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: